พระพุทธเจ้าในมุมมองของข้าพเจ้า

 พระพุทธเจ้าเป็นคนธรรมดา ที่ค้นพบสัจธรรม และเพราะพระธรรมที่ทรงตรัสรู้จึงทำให้ผู้คนทั้งหลายยกย่องให้เป็นพระศาสดา


ในทุกศาสนาล้วนแล้วแต่ต้องมีพิธีกรรม เรื่องราวปาฎิหาริย์ เพื่อให้เกิดความเชื่อและศรัทธา เพื่อให้เกิดกิจกรรมอันเป็นศูนย์รวมสมาชิก หรือพุทธบริษัทฯ เกิดเป็นสังคม เป็นชุมชนขึ้น ก็เพื่อให้ศาสนาดำรงสืบต่อไปได้อย่างยาวนาน ไม่หายสาปสูญไป 


ศาสนาพุทธ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสถึงเรื่องไตรลักษณ์ อนิจจัง - ไม่เที่ยง , ทุกขัง - ทนอยู่ในสภาวะเดิมนั้นไม่ได้ต้องเปลี่ยนแปลงไป , อนัตตา - ดับสลาย เสื่อมสูญ สลายไป แม้แต่พุทธศาสนาเองก็ไม่อาจจะหนีพ้นจาก ไตรลักษณ์เช่นกัน ทุกวันนี้ พุทธศาสนา ก็มีการเสื่อม และในอนาคตก็ต้องเสื่อมสลายไป แล้วก็กลับมาเจริญรุ่งเรืองใหม่ วนเวียนแบบนี้ไป จนสุดรอบที่การสลายหายไป สาปสูญไป 


พระพุทธเจ้า เป็นคนธรรมดา ถือกำเนิดมาในวรรณะกษัตริย์ ที่มีอำนาจ มีเงิน มีพร้อมทุกอย่าง แต่ก็ยังเป็นคนธรรมดา ยังต้องกินอาหาร ยังต้องดื่มน้ำ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ยังมีเพศสัมพันธ์ มีภรรยา มีบุตร มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ยังมีความสุข ความทุกข์ มีเหมือนพวกเราทุกๆอย่าง ไม่ได้มีความมหัศจรรย์อะไรใดๆ 


ความเป็นพุทธะนี้ ได้มาจากการตรัสรู้ในพระธรรม ซึ่งมีอยู่แล้วบนโลกนี้ ไม่ได้รับพระราชทานมาจากเทพเจ้า หรือพระเจ้าองค์ใด และทรงเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ อันเป็นชื่อสมมติเรียกผู้ที่สามารถตรัสรู้ได้ด้วยตนเอง ไม่ได้เรียนมาจากที่ไหน จากใคร 


พระพุทธเจ้าก็มีร่างกายเนื้อหนังมังสา ผม ขน มือ เท้า เหมือนคนปกติธรรมดาทุกอย่าง ต่างกันเพียงที่ดวงจิตอันหลุดพ้นจากอาสวะกิเลสทั้งปวงได้ พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ แล้วทรงสั่งสอนให้คนทั้งหลายที่พอจะมีปัญญาอยู่บ้าง ได้พ้นทุกข์ตาม 


พระพุทธเจ้าทรงประกอบด้วยคุณคือ พระปัญญาธิคุณ คือปัญญาในการตรัสรู้พระสัทธรรมที่ทำให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ พระบริสุทธิคุณ คือดวงจิตอันบริสุทธิ์จากกิเลสและตัณหาทั้งปวง อันเนื่องจากการตรัสรู้ในพระธรรม และสุดท้ายคือพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงเสียสละพระองค์เองในการเผยแพร่พระธรรมที่ทรงตรัสรู้ให้กับปุถุชนผู้หนาแน่นไปด้วยกิเลส จนสามารถมีดวงตาเห็นธรรมและพ้นจากทุกข์ทั้งปวงไปได้ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องลำบากตรากตรำพระวรกายเพื่ออบรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ทั้งหลายเลย 


ปัจจุบันมีการนำเอาพระพุทธเจ้ามาล้อเล่น ล้อเลียนบ้าง เอามาเพื่อใช้แสวงหาผลประโยชน์บ้าง มีการดูถูกใส่ร้ายปรามาส พระพุทธเจ้าเป็นอันมาก ในฐานะพุทธบริษัทฯคนหนึ่งที่ได้เคยปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงเห็นควรว่าจะต้องออกมาเปิดเผยมุมมองที่หลายคนยังไม่เข้าใจ ให้เข้าใจมากขึ้น เมื่อเข้าใจดีแล้วหากจะคิดปรามาส ลบหลู่ ล้อเลียน อันนั้นก็สุดแท้แต่ตัวบุคคลไป เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเสด็จดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานนานแล้ว ไม่ทรงรับรู้ใดๆในคำกล่าวของคนทั้งหลาย และทรงไม่เดือดร้อนต่อคำนินทา สรรเสริญ มาตั้งแต่ครั้งที่ทรงตรัสรู้ธรรมแล้ว ดังนั้นผมเองก็ไม่มีเหตุอันใดต้องไปโกรธแค้น เดือดเนื้อร้อนใจอันใดกับคำกล่าวทั้งหลายของปุถุชนทั่วไป

ความคิดเห็น